top of page

ทำไมเราถึงควรใช้กระดาษทิชชูให้ถูกประเภท

11 พฤษภาคม พ.ศ.2557 / May 11, 2014

 

ทิชชู คำสั้นๆคำนี้มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรามากมาย ตั้งแต่ตอนตื่นนอนจนถึงตอนเข้านอน ตั้งแต่ห้องน้ำจนถึงห้องอาหาร ตั้งแต่ใบหน้าจนถึงปลายเท้า ก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับกระดาษทิชชูทั้งนั้น เราลองคิดกันดูเล่นๆว่า ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วเราไม่มีกระดาษทิชชูใช้ อะไรจะเกิดขึ้น ???

 

 

               เมื่อเรารู้แล้วว่ากระดาษทิชชูมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของเรามากขนาดนี้ แล้วเรารู้หรือเปล่าว่ากระดาษทิชชูแต่ละชนิดใช้งานต่างกันอย่างไร ทำไมต้องมีหลายแบบ ใช้แบบเดียวได้หรือไม่ "คนไทยถือว่าเป็นชาติที่ใช้กระดาษทิชชูนี้ได้คุ้มมากที่สุดแล้ว เพราะไม่ว่าจะใช้กับส่วนไหน เช็ดอะไร ก็จะใช้แต่กระดาษม้วนหรือที่เราเรียกกันว่ากระดาษชำระทั้งสิ้น" สิ่งเหล่านี้คงไม่สำคัญนัก ถ้าหากว่ามันไม่ทำให้เราสิ้นเปลืองกว่าปกติทั้งตัวกระดาษและผลที่ตามมา

 

               กระดาษทิชชู น่าจะแบ่งกันง่ายๆ ได้เป็นเป็น 4 แบบหรือ 4 ประเภท โดยแบ่งตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน อันดับแรกคือ กระดาษชำระ (bathroom tissue) เป็นกระดาษทิชชูแบบม้วนที่เราเห็นกันเป็นประจำ อยู่ในห้องน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่บางครั้งก็อยู่ในกล่องกลมๆพลาสติกบนโต๊ะอาหาร

               กระดาษชำระนี้มีหน้าที่ในการนำมาชำระส่วนขับถ่ายของเรา หรือชาวบ้านเรียกว่ากระดาษเช็ดก้น คุณสมบัติของมันคือจะต้องนุ่มพอสมควรและสำคัญที่สุดต้องย่อยสลายน้ำได้ดี เพราะคนส่วนใหญ่ก็ยังคุ้นเคยกับการทิ้งกระดาษชำระลงไปในส้วมหรือชักโครกหลังจากที่เราใช้

 

               กระดาษเช็ดหน้า (facial tissue) เป็นกระดาษอีกชนิดหนึ่งที่เราเห็นกันบ่อยๆ ตามบ้านมีลักษณะเป็นแผ่นๆ อยู่ในกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าหน้าที่ของมันคือใช้เช็ดหน้า ไม่ว่าเช็ดเครื่องสำอางหรือเช็ดน้ำหลังจากล้างหน้า คุณสมบัติของมันก็คือจะต้องนุ่ม ไม่มีฝุ่น และต้องเหนียวพอที่จะไม่เปื่อยยุ่ยง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำ

 

               กระดาษเช็ดปาก (napkin) โดยทั่วไปแล้วเราจะไม่ค่อยพบที่บ้าน ที่ที่พบบ่อยคือร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม สำนักงาน เป็นต้น โดยทั่วไปจะมี 3 แบบ หนึ่งคือ dinner napkin กระดาษเช็ดปากสำหรับอาหารเย็น คือวัฒนธรรมตะวันตก เวลารับประทานอาหารจะต้องมีผ้ากันเปื้อน ซึ่งผ้านี้จะเรียกว่า napkin คราวนี้เมื่อคนเริ่มต้องการความสะดวกก็เลยเปลี่ยนเป็นกระดาษแทน ซึ่งกระดาษตัวนี้จะหนา และ เมื่อคลี่แล้วไม่ต่ำกว่า 14 นิ้วขึ้นไป อีกตัวหนึ่งคือ cocktail napkin โดยมากจะใช้พันแก้ว cocktail หรือนำมาเช็ดปาก คลี่ออกมาแล้วประมาณ 12 นิ้ว ตัวสุดท้ายก็คือ mini napkin หรือกระดาษเช็ดปากแผ่นเล็ก โดยทั่วไปมักจะพบใน food center หรือ ร้านอาหารเล็ก ๆ จะมีสองสีคือสีขาวกับสีชมพู คุณสมบัติก็คือต้องเหนียวและไม่เปื่อยยุ่ยน้ำ

 

               แบบสุดท้ายก็คือ กระดาษเช็ดมือ (hand towel) เราแทบจะไม่ค่อยมีโอกาสเห็นตัวเจ้ากระดาษชนิดนี้เลย เพราะว่าถ้าเราไม่เข้าไปใช้ห้องน้ำสาธารณะ และที่แห่งนั้นต้องดีและพร้อมที่จะแบกรับค่าใช้จ่ายของกระดาษตัวนี้ โดยส่วนมากก็น่าจะเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวขึ้นไป ส่วนใหญ่ก็จะถูกบรรจุในกล่องติดผนังข้างๆ อ่างล้างมือ ในเมื่อชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าเช็ดมือ คุณสมบัติของมันก็จะต้องเหนียว ไม่เปื่อยยุ่ยหรือขาดง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำและซึมซับได้ดี โดยกระดาษชนิดนี้จะไม่เน้นที่ความนุ่ม

 

               อีกตัวหนึ่งที่ควรจะกล่าวถึงแม้จะมีการใช้ไม่มากนักก็คือ กระดาษเอนกประสงค์ (kitchen towel) หน้าตาของมันก็จะเหมือนกับกระดาษชำระ 2 ม้วนต่อกัน และกระดาษจะหนากว่า มักใช้กันในครัวเพื่อเช็ดสิ่งต่าง ๆ หรือซับน้ำมันจากการทอด เป็นต้น

 

               เป็นยังไงบ้างครับ แค่ไอ้กระดาษทิชชูนี่ ทำไมมันต้องมีมากมายขนาดนั้น "ชั้นก็ใช้ของชั้นอย่างนี้ มาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะเป็นไรเลย" คุณอาจจะค้านอยู่ในใจอย่างนั้น

 

               ได้เกริ่นเอาไว้แต่ต้นแล้วว่า คนไทยเป็นชาติที่ประยุกต์การใช้กระดาษทิชชูมากที่สุดชาติหนึ่ง เพราะเราคงไม่เถียงว่า ไม่ว่ากรณีไหนก็ตามเราจะนำกระดาษม้วนหรือที่เรียกว่ากระดาษชำระมาใช้แทนทุกที เช่น ชำระ เช็ดหน้า เช็ดปาก เช็ดมือ ซับมัน จริงอยู่การใช้แบบนี้มันก็ครอบคลุมจักรวาลง่ายต่อการซื้อ และประหยัด(ในความรู้สึกของเรา) เพราะกระดาษชำระจะมีราคาต่ำกว่า แต่การใช้งานผิดประเภทนั้น สิ่งหนึ่งที่จะตามมาก็คือคุณจะมีต้นทุนแฝงที่คุณไม่รู้ และในที่สุดก็กลายเป็นว่าแพงกว่า ยกตัวอย่างเช่น

 

               การที่คุณนำกระดาษชำระมาเช็ดหน้า กระดาษก็จะยุ่ย ติดหน้า และคุณก็ต้องใช้จำนวนแผ่นที่มากกว่า ถ้าคุณใช้กระดาษเช็ดหน้าอาจจะใช้ 1 แผ่น แต่ถ้าใช้กระดาษชำระอาจจะใช้ 5-6 แผ่น หรือ 1-2 ฟุต ในทางกลับกัน การที่คุณนำกระดาษเช็ดหน้าที่นุ่มกว่า มาใช้ชำระ ก็จะทำให้ส้วมตัน เพราะกระดาษเช็ดหน้าไม่มีคุณสมบัติที่ย่อยน้ำ สุดท้ายคุณก็ต้องเรียกช่างมาลอกท่อ เป็นต้น

 

               ผมมีวิธีง่าย ๆ ในการทดสอบดูว่า กระดาษไหนย่อยน้ำ หรือกระดาษไหนไม่ย่อยน้ำ โดยที่คุณน้ำกระดาษที่คุณต้องการทดสอบมาแช่ลงไปในแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ค่อน แก้ว แล้วคุณนำตะเกียบหรืออะไรก็ได้ที่เป็นแท่งแข็งมาคนหรือแกว่งไปมาซักพัก ถ้ากระดาษที่ย่อยน้ำก็จะยุ่ยจนน้ำที่ใสจะกลายเป็นคล้าย ๆ น้ำมะพร้าว แต่ถ้ากระดาษไม่ย่อยน้ำ ก็จะยังคงมีสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าคุณจะคนทั้งวันก็เหอะ

 

               อีกสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนไม่สำคัญในสายตาของคนไทย ก็คือการที่เรานำกระดาษชำระใส่กระป๋องพลาสติกหรือไม่ใส่ แล้วไปวางไว้บนโต็ะอาหาร เพื่อไว้เช็ดปาก คงไม่มีปัญหาถ้าคุณใช้ในบ้าน แต่ถ้าคุณต้องต้อนรับเพื่อนต่างชาติ หรือเป็นภัตตาคารที่มีระดับพอสมควร คนต่างชาติที่มารับประทานอาหารคงรู้สึกกระอักกระอ่วนถ้ามีกระดาษชำระวางอยู่หน้าจานอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเรามีน้ำใจดี ด้วยใจที่ต้องการบริการ ดึงกระดาษชำระแล้วส่งให้คนต่างชาติรายนั้น เขาจะรู้สึกอย่างไร คนไทยมีวัฒนธรรมที่ดีในการให้บริการ แต่กระดาษทิชชูเป็นกระดาษที่วิวัฒนาการจากชาติตะวันตก เราควรจะปรับความมีน้ำใจให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่วิวัฒนาการจากเขาด้วย

 

               "การใช้งานอย่างถูกต้อง จะนำไปสู่ความไม่สูญเสีย ความไม่สูญเสียก็นำไปสู่ความประหยัด ความประหยัดก็นำไปสู่ความมีอันจะกิน" ใครจะไปรู้ได้ว่าแค่การใช้กระดาษทิชชูอย่างถูกต้อง อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราหลุดพ้นจากความเป็นทาส IMF ได้.

 

 

 

ข้อมูลจาก : Billion Million Trading

 

กระดาษชำระราคาถูก และมีคุณภาพ www.tissue1st.com

  • Facebook Classic
  • Twitter Classic
  • Google Classic
  • RSS Classic
bottom of page